เพลงเพื่อพ่อ ชายตาบอดผู้ได้เห็นเเสงกลางความมืดมิด PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

ท่ามกลางเเสงเเดดจ้าและผู้คนที่ขวักไขว่ของตลาดนัดสวนจตุจักรในวันหยุดสุดสัปดาห์ เสียงจอเเจจากร้านค้าต่างๆวุ่นวายสับสนปนเป หากแต่มีเสียงหนึ่งซึ่งผิดเเผกเเตกต่างไปจากเสียงอื่นๆ

เสียงร้องเพลงนุ่มลึกโดยปราศจากเครื่องดนตรีอื่นเป็นองค์ประกอบ ภาพอันเจนตาที่ได้เห็นได้บ่อยครั้งเมื่อไปยังสถานที่นี้คือ เด็กหนุ่มรูปร่างกำยำผิวคล้ำคนหนึ่ง เดินจูงมือชายวัยปลายกลางคน ที่เเม้ว่าเด็กหนุ่มจะร้องเพลงที่ฮิตร่วมสมัยหรือใหม่สักเเค่ไหน ก็สามารถฮัมเพลงเป็นลูกคู่ได้ทุกเพลง เสียงที่ก้องกังวาลไปทั่วบริเวณที่เดิน ไม่เพียงเเต่จะเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะได้ยินได้ หากเเต่เสียงนั้น ยังทำหน้าที่เป็นเเสงสว่างสุกใสสวยงามเกินกว่าที่คนตาปกติจะเคยได้เห็น



บุญมีชายร่างเล็กจาก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ผู้สูญเสียการมองเห็นมาตั้งเเต่อายุ 16 จากพิษของโรคมาลาเรียลามขึ้นสมอง "วันนั้นพ่อปวดหัว พ่อเลยไปที่อนามัยสลบไปเป็นวันเค้าให้น้ำเกลือ พอฟื้นขึ้นมา ก็ปวดตาเชื้อมาเลเรียมันออกทางตา ถ้ามันไม่ออกก็ตายไปแล้ว จากนั้นตาก็พร่า มองไม่เห็นอะไรอีก ดูเหลืองๆไปหมด ไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร รักษาที่โรงพยาบาลนครราชสีมา 2 เดือน ที่โรงพยาบาลประสาทวิทยา อีก 2 เดือนก็ไม่หาย"



ข้างกายที่คอยกุมมือพ่อไว้ไม่ห่างคือ จุฬา หรือ ฬาเด็กหนุ่มวัย 14 ผู้จูงมือพ่อร้องเพลงหารายได้เพื่อประทังชีวิต ตั้งเเต่อายุ 5 ขวบ "ผมอาศัยฟังเอาไม่เคยไปฝึกที่ไหนปัจจุบันผมไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว ต้องหาเงินช่วยพ่อ เราพักอยู่ที่สมุทรปราการจะมาที่นี่วันเสาร์-อาทิตย์ นั่งรถเมลล์มาจากที่นั่น กว่าจะได้กลับก็ราวๆ 6 โมงเย็น" สายตาที่มุ่งมั่นหากเเต่เเฝงไปด้วยความอ่อนโยนเวลาที่ฬาจ้องมองพ่อ ถึงเเม้ว่าพ่อจะไม่มีวันได้เห็นเวลาที่ฬาจ้องมอง เเต่ความรู้สึกนั้น สามารถข้ามกำเเพงเเห่งความพิการเข้าตรงไปสู่กลางหัวใจของบุญมีได้อย่างไม่ต้องสงสัย คำตอบนั้นคือรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิ ที่เป็นเสมือนเครื่องรับสัญญาณแห่งความภูมิใจในลูกชายคนนี้



"ผมไม่เคยอายใคร ไม่เคยคิดจะอายเลยเพื่อนๆผมก็รู้ว่าผมมาทำอะไรที่นี่ ผมภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือพ่อ" รายได้จากการร้องเพลงเเลกมา ก็พอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ เเต่ก็ไม่ได้เหลือเก็บอะไร เพราะบางส่วนยังต้องนำไปใช้หนี้ ในส่วนของสภาสังคมสงเคราะห์อีกกว่า 2 หมื่นบาท "ผมอยากเรียน ผมตั้งใจที่จะเรียน กศน. ยังอยากที่จะเรียนอยู่ เเต่ต้องดูเเลพ่อก่อน"



บุญมีถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกชายเอ่ย ก่อนจะกล่าว่า"พ่อภูมิใจที่เค้าเลี้ยงดูพ่อ พ่ออยากเก็บเงินได้ซักก้อน พ่อจะขายลอตเตอรี่ เค้าจะได้เรียน พ่อรักเค้ามาก เค้าเป็นเหมือนเเสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด มีอะไรหรือจะไปไหนก็ได้เค้าช่วยเหลือตลอด"



"พ่ออยากฝากถึงคนที่มีร่างกายปกติที่ท้อเเท้ใจหมดกำลังใจต่อสู้ ให้สู้ต่อเถอะครับ พ่อพิการพ่อยังสู้เลย โลกนี้ยังน่าอยู่เยอะ หาได้ไม่เคยเหลือก็สู้ ยังมีความสุขที่ได้ต่อสู้ ถ้ายังหาอยู่ อยากกินอะไรก็จะได้กิน ถ้าไม่หาเราก็อด ญาติพี่น้องไปพึ่งพาเค้ามากเค้าก็รำคาญ เราสู้ด้วยตัวเองดีกว่า" เป็นคำพูดทิ้งท้ายเเบบซื่อๆของบุญมี



ในขณะที่เรา เพียรพยายาม ส่ง SMS เพื่อเชียร์นักร้องคนโปรดให้ได้ตำเเหน่งผู้ชนะเลิศท่ามกลางเเสงสีเสียงตระการตาหรือ รายการเรียลลิตี้โชว์ประเภทโหวตออกจากบ้าน เป็นเงินนับร้อยล้านในเเต่ละซีซั่นเเต่อีกหนึ่งชีวิตร้องเพลงเพียงเเลกเศษเงินเพื่อดูแลให้อีกหนึ่งชีวิตดำรงชีพอยู่ได้ในเเต่ละวัน โดยไม่มีเเม้เเต่เครื่องดนตรีใดๆในมุมซึ่งสังคมมองข้าม ปราศจากการเหลียว เเล ในวันข้างหน้าหากมีโอกาสได้พบฬาเเละพ่อ คุณอาจจะสัมผัสได้ว่า คำว่ารักและกตัญญู มีคุณค่าเเละมีความหมายขนาดไหน



ว่างจากการเมืองไปทำเรื่องสังคมดีๆ บ้างครับเผื่อจะลดความร้อนเเรงทางการเมืองลงได้ไม่มากก็น้อย




ขอขอบคุณ สำหรับบทความที่มีคุณค่ายิ่ง จาก http://www.thaicenternews.com/
thaidelphi : ช่างภาพนิ่ง
ต้นกล้าประชาธิปไตย :ช่างภาพนิ่ง/ดำเนินรายการ
Toneymaru : ช่างภาพวิดีโอ
กิ๊บเก๋ : ดำเนินรายการ